มือถือติดไวรัสไหม? อาการที่ต้องสังเกตและวิธีกำจัด

📚 ไวรัสและมัลแวร์⏱ อ่าน 13 นาที

มือถือติดไวรัสไหม? อาการที่ต้องสังเกตและวิธีกำจัด
💡 สรุปสั้น ๆ

เช็กอาการมือถือติดไวรัสหรือมัลแวร์บน Android และ iPhone อาการไหนปกติ วิธีลบแอปอันตรายทีละขั้น และกู้บัญชีให้ปลอดภัย

📑 ในบทความนี้
  1. อาการจริงที่บอกว่ามือถือติดไวรัสหรือสปายแวร์
  2. อาการที่ไม่ได้แปลว่ามือถือติดไวรัส
  3. iPhone กับ Android ต่างกันอย่างไร
  4. วิธีลบมัลแวร์บน Android ทีละขั้นตอน
  5. วิธีเคลียร์ iPhone
  6. รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน: ทางเลือกสุดท้าย
  7. รักษาความปลอดภัยบัญชีหลังจากนั้น
  8. เช็กลิสต์ฉบับย่อ
  9. FAQ
  10. iPhone ติดไวรัสได้ไหม?
  11. มือถือจำเป็นต้องมีแอปแอนตี้ไวรัสไหม?
  12. สแกน QR Code แล้วมือถือติดไวรัสได้ไหม?
  13. รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงานแล้วมัลแวร์หายหมดไหม?

ไวรัสมือถือแบบดั้งเดิมนั้นพบได้น้อย แต่มัลแวร์และสปายแวร์บนมือถือมีอยู่จริง อาการที่ควรสังเกตมักเป็นแอปที่ไม่รู้จัก โฆษณาเด้งขึ้นมานอกแอป การตั้งค่าที่เปลี่ยนไปเอง และแอปแปลกหน้าที่ได้สิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษหรือผู้ดูแลอุปกรณ์ ถ้าเจออาการเหล่านี้ ส่วนใหญ่คุณจัดการเองได้ ด้วยการลบแอป สแกน อัปเดต และรีเซ็ตเครื่องเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

เรื่องนี้สำคัญเพราะมือถือคือกุญแจสู่เงินและบัญชีของคุณ แอปอันตรายอ่านหน้าจอ ดักรหัส OTP แสดงหน้าล็อกอินปลอม หรือเปิดให้คนแปลกหน้าควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ การรู้อาการที่แท้จริงช่วยให้คุณลงมือได้เร็ว โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องที่เป็นปกติ

ภาพประกอบ: สมาร์ตโฟนที่มีแว่นขยายส่องรายการแอป โดยไฮไลต์แอปที่ไม่รู้จักหนึ่งแอป

อาการจริงที่บอกว่ามือถือติดไวรัสหรือสปายแวร์

ไวรัสที่ก๊อปตัวเองแทบไม่มีบนมือถือรุ่นใหม่ ปัญหาจริงคือแอปอันตราย เช่น แอดแวร์ โทรจันขโมยข้อมูลธนาคาร และแอปแอบติดตามคนอื่น ให้สังเกต

  • แอปที่จำไม่ได้ว่าเคยติดตั้ง โดยเฉพาะที่ชื่อกว้าง ๆ อย่าง "System Update" หรือไอคอนว่างเปล่า
  • โฆษณาเด้งนอกแอป เช่น โฆษณาเต็มจอบนหน้าโฮม หรือตอนปลดล็อกเครื่อง
  • แบตเตอรี่หรือเน็ตมือถือหมดเร็วผิดปกติ ทั้งที่การใช้งานไม่ได้เปลี่ยน การตั้งค่าแบตเตอรี่และดาต้าจะบอกได้ว่าแอปไหนเป็นตัวการ
  • การตั้งค่าเปลี่ยนไปเอง เช่น มีแอปหน้าโฮมใหม่ เบราว์เซอร์หรือเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นเปลี่ยน หรือฟีเจอร์ความปลอดภัยถูกปิด
  • แอปไม่รู้จักที่ได้สิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษหรือผู้ดูแลอุปกรณ์ สิทธิ์ระดับสูงนี้ทำให้แอปอ่านหน้าจอ กดปุ่มแทนคุณ หรือกันไม่ให้ถูกลบได้
  • การแจ้งเตือนล็อกอินที่คุณไม่รู้จัก จากอีเมล โซเชียลมีเดีย หรือธนาคาร
  • เงินหาย มีรายการซื้อที่ไม่ได้ทำ หรือถูกเก็บค่า SMS พรีเมียม ในบิลค่าโทรศัพท์หรือรายการเดินบัญชี

อาการเดียวยังไม่ใช่หลักฐาน แต่ถ้าเจอสองสามอย่างพร้อมกัน โดยเฉพาะแอปไม่รู้จักบวกการตั้งค่าที่เปลี่ยนไป ควรลงมือวันนี้เลย

อาการที่ไม่ได้แปลว่ามือถือติดไวรัส

  • มือถืออุ่น ระหว่างชาร์จ เล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรือใช้นำทาง นี่คือความร้อนปกติ
  • มือถือรุ่นเก่าช้าลง สาเหตุหลักมักเป็นแบตเตอรี่เสื่อมและพื้นที่เต็ม
  • คำเตือน "มือถือของคุณติดไวรัส!" ในเบราว์เซอร์ เกือบทุกครั้งเป็นโฆษณาปลอม ให้ปิดแท็บโดยไม่ต้องกดอะไร
  • โฆษณาแปลก ๆ หนึ่งอันในแอปฟรี โฆษณาในแอปฟรีเป็นเรื่องปกติ โฆษณาที่โผล่นอกแอปต่างหากคือสัญญาณเตือน

iPhone กับ Android ต่างกันอย่างไร

iPhone (iOS) ติดตั้งแอปได้จาก App Store เท่านั้นในเกือบทุกประเทศ และแยกแอปออกจากกันอย่างเข้มงวด มัลแวร์จริงจึงพบได้น้อย ปัญหาที่พบบ่อยคือ

  • โปรไฟล์การกำหนดค่าหรือการจัดการอุปกรณ์ที่คุณไม่ได้ตั้งเอง ซึ่งควบคุมการตั้งค่าหรือส่งข้อมูลการใช้งานของคุณไปทางอื่นได้
  • ปฏิทินสแปมที่ถูกสมัครรับไว้ ทำให้ปฏิทินเต็มไปด้วยคำเตือน "ไวรัส" ปลอมและลิงก์
  • คนที่รู้รหัสปลดล็อกหรือรหัสผ่าน Apple Account ของคุณและเข้าถึงข้อมูลได้
  • สปายแวร์แบบเจาะจงเป้าหมาย ซึ่งพบได้น้อยมาก และมักเล็งนักข่าว นักกิจกรรม หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

Android ให้ติดตั้งแอปจากนอก Google Play ได้ ซึ่งเป็นทางที่การติดมัลแวร์เริ่มต้นบ่อยที่สุด แอปปลอมที่ส่งมาทางลิงก์หรือ QR Code มักขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษเพื่อยึดเครื่อง บทความ วิธีสังเกตแอปปลอม และ กลโกงแอปควบคุมเครื่องระยะไกล อธิบายกลลวงเหล่านี้อย่างละเอียด

วิธีลบมัลแวร์บน Android ทีละขั้นตอน

ถ้าอาจมีคนกำลังควบคุมมือถือของคุณอยู่ตอนนี้ ให้ปิด Wi-Fi และเน็ตมือถือก่อน

  1. รีสตาร์ตเข้าเซฟโหมด เซฟโหมดจะปิดแอปที่คุณติดตั้งเองไว้ชั่วคราว บนมือถือส่วนใหญ่ ให้กดปุ่มเปิดปิดค้างไว้ แล้วกด "ปิดเครื่อง" หรือ "รีสตาร์ต" ค้างไว้จนมีตัวเลือกเซฟโหมดขึ้นมา วิธีอาจต่างกันไปตามยี่ห้อ ถ้าโฆษณาเด้งหยุดในเซฟโหมด แปลว่าสาเหตุคือแอปที่ติดตั้งไว้
  2. ถอนสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ ไปที่การตั้งค่า > การช่วยเหลือพิเศษ แล้วดูในส่วนแอปที่ติดตั้งหรือดาวน์โหลด ปิดแอปที่ไม่รู้จักหรือไม่ไว้ใจ
  3. ถอนสิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์ ค้นหา "แอปผู้ดูแลอุปกรณ์" ในการตั้งค่า (มักอยู่ในหมวดความปลอดภัย หรือความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว) แล้วยกเลิกการใช้งานแอปที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น จะได้ถอนการติดตั้งได้
  4. ถอนการติดตั้งแอปที่น่าสงสัย ไปที่การตั้งค่า > แอป เลือกแสดงแอปทั้งหมด แล้วลบทุกอย่างที่ไม่รู้จัก
  5. สแกนด้วย Play Protect เปิด Google Play แตะรูปโปรไฟล์ เลือก Play Protect แล้วสแกน และตรวจว่าเปิด Play Protect ไว้
  6. อัปเดตทุกอย่าง ติดตั้งอัปเดตระบบล่าสุด และอัปเดตแอปจาก Google Play
  7. ตรวจสิทธิ์แอป ดูว่าแอปไหนอ่าน SMS เห็นการแจ้งเตือน แสดงทับแอปอื่น หรือติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักได้ คู่มือสิทธิ์แอป บอกว่าต้องดูอะไรบ้าง

วิธีเคลียร์ iPhone

  1. อัปเดต iOS ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
  2. ตรวจหาโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก ในการตั้งค่า > ทั่วไป เปิด VPN และการจัดการอุปกรณ์ ถ้าเจอโปรไฟล์ที่คุณไม่ได้ติดตั้ง และไม่ได้มาจากที่ทำงานหรือโรงเรียน ให้ลบทิ้ง
  3. ลบปฏิทินสแปม ในการตั้งค่าปฏิทิน ให้ลบปฏิทินที่สมัครรับไว้ซึ่งคุณไม่รู้จัก และอย่ากดลิงก์ในนัดหมายเหล่านั้น
  4. ลบแอปที่ไม่รู้จัก และล้างประวัติกับข้อมูลเว็บไซต์ของ Safari
  5. เปลี่ยนรหัสปลดล็อกและรหัสผ่าน Apple Account แล้วตรวจรายการอุปกรณ์ที่ล็อกอินบัญชีของคุณ ฟีเจอร์การตรวจสอบความปลอดภัย (Safety Check) ในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ช่วยตรวจว่าใครเข้าถึงข้อมูลของคุณได้บ้าง

รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน: ทางเลือกสุดท้าย

ถ้าทำทุกขั้นตอนแล้วยังมีปัญหา การรีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงานจะล้างข้อมูลในมือถือและกำจัดมัลแวร์ได้เกือบทั้งหมด ก่อนทำ

  • สำรองรูปภาพ รายชื่อ และไฟล์ แต่อย่าสำรองแอปที่น่าสงสัยหรือข้อมูลของแอปนั้น
  • ตรวจให้แน่ใจว่าจำรหัสผ่านบัญชี Google หรือ Apple Account ได้ หลังรีเซ็ต เครื่องจะถามรหัสนี้ ถ้าจำไม่ได้อาจเข้าเครื่องไม่ได้
  • หลังรีเซ็ต ให้ติดตั้งแอปใหม่ทีละแอป จาก Google Play หรือ App Store แทนการกู้คืนทุกอย่างในครั้งเดียว การกู้คืนข้อมูลสำรองทั้งหมดที่ทำหลังติดมัลแวร์ อาจทำให้ปัญหากลับมา

รักษาความปลอดภัยบัญชีหลังจากนั้น

ถ้ามือถือเคยมีมัลแวร์ ให้ถือว่ารหัสผ่านและรหัส OTP ของคุณอาจถูกมองเห็นไปแล้ว

  • เปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่สะอาด เริ่มจากอีเมล แล้วตามด้วยธนาคารและโซเชียลมีเดีย อีเมลสำคัญที่สุดเพราะใช้รีเซ็ตทุกอย่างที่เหลือได้
  • เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน และออกจากระบบในทุกเซสชันอื่นของบัญชีสำคัญ
  • โทรหาธนาคาร ด้วยเบอร์หลังบัตร ถ้าเห็นรายการชำระเงินที่ไม่รู้จัก
  • ติดต่อค่ายมือถือ เพื่อขอตั้ง PIN ให้บัญชี กันไม่ให้ใครย้ายเบอร์ของคุณไปซิมใหม่
  • ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน ตัวจัดการรหัสผ่านหรือพาสคีย์ช่วยให้ทำได้ง่าย อ่านคู่มือ ตัวจัดการรหัสผ่านและพาสคีย์

เช็กลิสต์ฉบับย่อ

  1. มองหาแอปที่ไม่รู้จัก โฆษณาเด้งนอกแอป และการตั้งค่าที่เปลี่ยนไป
  2. ไม่สนใจหน้าเว็บที่อ้างว่ามือถือของคุณติดไวรัส
  3. บน Android ใช้เซฟโหมดหาแอปที่เป็นต้นเหตุ
  4. ถอนแอปไม่รู้จักออกจากการช่วยเหลือพิเศษและผู้ดูแลอุปกรณ์ แล้วถอนการติดตั้ง
  5. สแกนด้วย Play Protect บน Android หรือตรวจโปรไฟล์และปฏิทินบน iPhone
  6. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปทั้งหมด
  7. รีเซ็ตเครื่องเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยสำรองข้อมูลและจำรหัสผ่านบัญชีไว้ให้พร้อม
  8. เปลี่ยนรหัสผ่านสำคัญจากอุปกรณ์ที่สะอาด และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน

FAQ

iPhone ติดไวรัสได้ไหม?

ไวรัสแบบดั้งเดิมบน iPhone พบได้น้อยมาก ปัญหามักมาจากโปรไฟล์ที่ไม่รู้จัก ปฏิทินสแปม หน้าเว็บฟิชชิง หรือคนที่รู้รหัสปลดล็อกหรือ Apple Account ของคุณ และน้อยครั้งมากที่จะเป็นสปายแวร์แบบเจาะจงเป้าหมาย

มือถือจำเป็นต้องมีแอปแอนตี้ไวรัสไหม?

คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็น การอัปเดตและการใช้สโตร์ทางการทำหน้าที่ส่วนใหญ่ไว้แล้ว และ Android ก็มี Google Play Protect มาให้

สแกน QR Code แล้วมือถือติดไวรัสได้ไหม?

การสแกนอย่างเดียวไม่ได้ติดตั้งอะไรลงเครื่อง ความเสี่ยงมาจากลิงก์ที่เปิดขึ้นมา เช่น หน้าล็อกอินปลอมหรือไฟล์ดาวน์โหลด จึงควรเช็กลิงก์ก่อนเปิด

รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงานแล้วมัลแวร์หายหมดไหม?

การรีเซ็ตเครื่องกำจัดมัลแวร์ได้เกือบทั้งหมด เพราะลบทั้งแอปและข้อมูล แต่แก้เรื่องรหัสผ่านที่ถูกขโมยไปแล้วไม่ได้ คุณจึงยังต้องรักษาความปลอดภัยบัญชีต่อ

การติดมัลแวร์ส่วนใหญ่เริ่มจากการแตะลิงก์ผิดเพียงครั้งเดียว ก่อนเปิดลิงก์จาก QR Code ที่ไม่คาดคิด คุณสามารถ สแกน QR Code ด้วยเครื่องสแกนออนไลน์ฟรีของ QR-TH เพื่อดูว่าพาไปไหนแน่

แชร์บทความนี้LINEFacebookX

บทความอื่นที่น่าอ่าน

คู่มือ QR Code · ⏱ อ่าน 11 นาที

การตลาดด้วย QR Code: 12 ไอเดียดึงลูกค้าสำหรับธุรกิจเล็ก

การตลาดด้วย QR Code สำหรับร้านค้าและ SME 12 ไอเดียใช้ได้จริง ตั้งแต่เมนู รีวิว ไปจนถึงรับเงิน พร้อมวิธีวัดผลการสแกน

อ่านคู่มือ →
ความปลอดภัย QR Code · ⏱ อ่าน 11 นาที

QR Code ถูกแปะทับ: ร้านค้าป้องกัน QR ปลอมได้อย่างไร

มิจฉาชีพแปะสติกเกอร์ QR ปลอมทับโค้ดจริงของร้าน ดูวิธีสังเกตสติกเกอร์ซ้อน ตรวจโค้ดทุกวัน และใช้ลิงก์ Dynamic ป้องกัน

อ่านคู่มือ →
ไวรัสและมัลแวร์ · ⏱ อ่าน 15 นาที

วิธีป้องกันแรนซัมแวร์และไวรัสคอมพิวเตอร์

วิธีป้องกันแรนซัมแวร์และไวรัสสำหรับบ้านและร้านค้า แอนตี้ไวรัสในตัว ดาวน์โหลดอย่างปลอดภัย สำรองข้อมูล 3-2-1 และสิ่งที่ต้องทำเมื่อโดนโจมตี

อ่านคู่มือ →