
อธิบายสิทธิ์แอปแบบเข้าใจง่าย สิทธิ์ไหนเสี่ยง และวิธีตรวจสิทธิ์แอปบน Android และ iPhone เพื่อกันแอปดูดเงิน
📑 ในบทความนี้
- สิทธิ์แอปที่พบบ่อยหมายถึงอะไร
- สิทธิ์ความเสี่ยงสูงที่ต้องจับตา
- สิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) บน Android
- ผู้ดูแลอุปกรณ์ (Device admin)
- แสดงทับแอปอื่น
- ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก
- สิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือนและ SMS
- เลือกตัวเลือกที่ให้สิทธิ์น้อยที่สุด
- วิธีตรวจสิทธิ์แอปบน Android และ iPhone
- Android
- iPhone
- สัญญาณอันตราย: เมื่อแอปขอสิทธิ์แบบไม่สมเหตุสมผล
- เช็กลิสต์ฉบับย่อ
- FAQ
- ปฏิเสธสิทธิ์แอปแล้วจะมีปัญหาไหม?
- สิทธิ์แอปบน Android เสี่ยงกว่า iPhone ไหม?
- สิทธิ์แอปที่อันตรายที่สุดคืออะไร?
- ควรตรวจสิทธิ์อีกครั้งหลังแอปอัปเดตไหม?
สิทธิ์แอปคือสวิตช์ที่กำหนดว่าแอปใช้อะไรในมือถือของคุณได้บ้าง เช่น ตำแหน่ง กล้อง ไมโครโฟน รายชื่อผู้ติดต่อ หรือรูปภาพ หลักง่าย ๆ คือ อนุญาตเฉพาะสิทธิ์ที่ตรงกับสิ่งที่แอปทำจริง เลือกตัวเลือกที่ให้สิทธิ์น้อยที่สุด และระวังสิทธิ์ระดับสูงไม่กี่อย่างที่ทำให้แอปควบคุมมือถือได้ทั้งเครื่อง
เรื่องนี้สำคัญเพราะสิทธิ์คือช่องทางที่แอปเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ แอปที่ดูไม่มีพิษภัยแต่เข้าถึง SMS หรือการแจ้งเตือนได้ ก็อ่านรหัส OTP ที่ปกป้องบัญชีธนาคารของคุณได้ ส่วนแอปอื่น ๆ อาจแอบเก็บตำแหน่ง รายชื่อ หรือรูปภาพของคุณไปเงียบ ๆ ใช้เวลาตรวจเพียงไม่กี่นาทีก็ปิดประตูเหล่านี้ได้

สิทธิ์แอปที่พบบ่อยหมายถึงอะไร
นี่คือสิ่งที่สิทธิ์แต่ละแบบเปิดให้แอปเข้าถึง อธิบายแบบภาษาง่าย ๆ
- ตำแหน่ง: มือถือของคุณอยู่ที่ไหน แอปแผนที่และแอปเดลิเวอรีต้องใช้ แต่แอปส่วนใหญ่ไม่จำเป็น
- กล้อง: ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และสแกน QR Code
- ไมโครโฟน: บันทึกเสียง จำเป็นสำหรับการโทรและข้อความเสียง
- รายชื่อผู้ติดต่อ: ชื่อ เบอร์โทร และอีเมลของทุกคนที่คุณรู้จัก ซึ่งเป็นข้อมูลของคนอื่นด้วย
- รูปภาพและวิดีโอ: คลังภาพของคุณ ซึ่งมักมีรายละเอียดส่วนตัว เช่น สถานที่และใบหน้า
- SMS (Android): อ่านและส่งข้อความ รวมถึงรหัสที่ธนาคารส่งมา แอปบน iPhone อ่านข้อความ SMS ของคุณไม่ได้
- โทรศัพท์ (Android): โทรออก ดูเบอร์โทรและสถานะการโทร และบางครั้งอ่านประวัติการโทรได้
- การแจ้งเตือน: สิทธิ์ในการส่งการแจ้งเตือนถึงคุณ ความเสี่ยงต่ำ แต่การปิดให้แอปที่แจ้งเตือนถี่ ๆ ช่วยลดการแจ้งเตือนปลอมได้
- ไฟล์และพื้นที่เก็บข้อมูล: เอกสารและไฟล์ที่ดาวน์โหลด บน Android สิทธิ์ "เข้าถึงไฟล์ทั้งหมด" เป็นสิทธิ์พิเศษที่กว้างมาก ซึ่งแอปส่วนใหญ่ไม่ควรต้องใช้
- บลูทูธและอุปกรณ์ใกล้เคียง: เชื่อมต่อหูฟัง นาฬิกา และอุปกรณ์อื่นที่อยู่ใกล้ ๆ และยังบอกใบ้ได้ด้วยว่าคุณอยู่ที่ไหน
สิทธิ์ความเสี่ยงสูงที่ต้องจับตา
สิทธิ์บางอย่างมีอำนาจมากกว่าข้างบนหลายเท่า บน Android สิทธิ์เหล่านี้หลายตัวไม่ได้เด้งถามธรรมดา แต่แอปจะพาคุณไปหน้าการตั้งค่าแล้วให้คุณเปิดสวิตช์เอง ถ้าแอปหรือคนที่โทรมาเร่งให้คุณทำแบบนี้ ให้หยุดก่อน
สิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility) บน Android
บริการช่วยเหลือพิเศษออกแบบมาเพื่อช่วยผู้พิการ ทำให้แอปอ่านทุกอย่างบนหน้าจอและกดปุ่มแทนคุณได้ ถ้าตกอยู่ในมือมิจฉาชีพ ก็หมายถึงการอ่านแอปธนาคารของคุณและกดยืนยันรายการในนามของคุณ ให้สิทธิ์นี้เฉพาะแอปที่ไว้ใจเต็มที่ และอย่าให้เพียงเพราะมีคนโทรมาบอกให้ทำ บทความ กลโกงแอปควบคุมเครื่องระยะไกล อธิบายว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้วิธีนี้อย่างไร
ผู้ดูแลอุปกรณ์ (Device admin)
สิทธิ์ผู้ดูแลอุปกรณ์ทำให้แอปล็อกหน้าจอ เปลี่ยนรหัสล็อกหน้าจอ หรือล้างข้อมูลทั้งเครื่องได้ และอาจทำให้ถอนการติดตั้งแอปนั้นยากขึ้น เกมหรือแอป "ล้างเครื่อง" ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิ์นี้เลย
แสดงทับแอปอื่น
สิทธิ์นี้ทำให้แอปแสดงผลซ้อนทับแอปอื่นได้ แอปอันตรายใช้มันวางหน้าล็อกอินปลอมทับแอปธนาคารตัวจริงของคุณ
ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก
สิทธิ์นี้อนุญาตให้แอปใดแอปหนึ่ง เช่น เบราว์เซอร์หรือแอปแชต ติดตั้งแอปอื่นจากนอก Google Play ได้ ควรปิดไว้ หรือปิดกลับทันทีหลังติดตั้งเสร็จในกรณีจำเป็นจริง ๆ
สิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือนและ SMS
สิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือนต่างจากการส่งการแจ้งเตือน เพราะทำให้แอปอ่านทุกการแจ้งเตือนที่คุณได้รับ รวมถึงตัวอย่างข้อความและรหัส OTP โดยทั่วไปมีแค่แอปสมาร์ตวอทช์และเครื่องมือที่เชื่อถือได้ทำนองนี้ที่ต้องใช้ สิทธิ์ SMS ก็เสี่ยงด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะหลายบริการยังส่งรหัสล็อกอินทาง SMS ปกติแล้วมีแค่แอปข้อความหลักของเครื่องที่ต้องใช้สิทธิ์นี้
เลือกตัวเลือกที่ให้สิทธิ์น้อยที่สุด
- เฉพาะขณะใช้แอป: แอปใช้ตำแหน่งได้เฉพาะตอนที่เปิดอยู่บนหน้าจอ ตัวเลือก "ตลอดเวลา" แทบไม่จำเป็น
- ตำแหน่งโดยประมาณ: แอปเห็นแค่ย่านที่คุณอยู่ ไม่ใช่ที่อยู่ที่แน่นอน บน iPhone ให้ปิด "ตำแหน่งที่แม่นยำ" บน Android ให้เลือก "โดยประมาณ"
- อนุญาตครั้งเดียว: "อนุญาตครั้งเดียว" บน iPhone หรือ "เฉพาะครั้งนี้" บน Android ให้สิทธิ์เฉพาะการใช้งานครั้งนั้น
- เลือกรูปภาพบางรูป: แชร์เฉพาะรูปที่เลือก ไม่ใช่ทั้งคลังภาพ
- รีเซ็ตสิทธิ์อัตโนมัติบน Android: Android ถอนสิทธิ์จากแอปที่ไม่ได้ใช้มาสักพักได้เอง ควรเปิดฟีเจอร์นี้ไว้
วิธีตรวจสิทธิ์แอปบน Android และ iPhone
Android
- เปิด การตั้งค่า แล้วหา ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว หรือ ความเป็นส่วนตัว จากนั้นเข้า ตัวจัดการสิทธิ์ ซึ่งแสดงสิทธิ์แต่ละประเภทและแอปที่ได้สิทธิ์นั้น
- แตะสิทธิ์ที่ต้องการ เช่น ตำแหน่งหรือไมโครโฟน แล้วเปลี่ยนแอปเป็น "อนุญาตขณะใช้แอปเท่านั้น" "ถามทุกครั้ง" หรือ "ไม่อนุญาต"
- เปิด แดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว เพื่อดูว่าแอปไหนเพิ่งใช้ตำแหน่ง กล้อง และไมโครโฟน
- ตรวจสิทธิ์พิเศษแยกต่างหาก ในส่วนแอปของการตั้งค่า ให้หา "สิทธิ์เข้าถึงพิเศษของแอป" เพื่อตรวจการช่วยเหลือพิเศษ แอปผู้ดูแลอุปกรณ์ การแสดงทับแอปอื่น การติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก การเข้าถึงการแจ้งเตือน และการเข้าถึงไฟล์ทั้งหมด
iPhone
- เปิด การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แต่ละหมวด เช่น บริการหาตำแหน่ง รายชื่อ รูปภาพ ไมโครโฟน กล้อง และบลูทูธ จะแสดงว่าแอปไหนเคยขอสิทธิ์นั้น
- เปิด รายงานความเป็นส่วนตัวของแอป เพื่อดูว่าแอปใช้ข้อมูลและเซ็นเซอร์ของคุณบ่อยแค่ไหน
- สังเกตจุดสีด้านบนหน้าจอ สีเขียวคือกล้องกำลังทำงาน สีส้มคือไมโครโฟน Android ก็มีสัญลักษณ์แบบเดียวกัน
- ตรวจหาโปรไฟล์การกำหนดค่าที่คุณไม่ได้ติดตั้งเอง ซึ่งมักอยู่ในการตั้งค่าทั่วไป และลบโปรไฟล์ที่ไม่รู้จักทิ้ง
สัญญาณอันตราย: เมื่อแอปขอสิทธิ์แบบไม่สมเหตุสมผล
วิธีทดสอบที่ดีที่สุดคือถามตัวเองว่า "แอปนี้จะเอาสิทธิ์นี้ไปทำอะไร?"
- แอปไฟฉายขอรายชื่อผู้ติดต่อหรือตำแหน่ง
- เกมง่าย ๆ ขอ SMS ประวัติการโทร หรือสิทธิ์โทรศัพท์
- แอปวอลเปเปอร์หรือแอป "เร่งความเร็วมือถือ" ขอสิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษหรือผู้ดูแลอุปกรณ์
- แอปสแกน QR Code ขอสิทธิ์มากกว่ากล้องไปเยอะ บทความ แอปสแกน QR Code ปลอดภัยไหม อธิบายว่าแอปสแกนต้องใช้สิทธิ์อะไรจริง ๆ
- ข้อความ เว็บไซต์ หรือคนที่โทรมา พาคุณทำทีละขั้นให้เปิดการช่วยเหลือพิเศษหรือติดตั้งแอปจากลิงก์
ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ ให้ปฏิเสธคำขอและพิจารณาลบแอปทิ้ง ก่อนติดตั้งแอปควรอ่าน วิธีสังเกตแอปปลอม และถ้ามีแอปที่ได้สิทธิ์ระดับสูงไปแล้วและมือถือเริ่มทำงานแปลก ๆ ให้ทำตามคู่มือ อาการมือถือติดไวรัสและวิธีกำจัด
เช็กลิสต์ฉบับย่อ
- ติดตั้งแอปจาก Google Play หรือ App Store เท่านั้น
- ก่อนอนุญาตสิทธิ์ ถามตัวเองว่าตรงกับสิ่งที่แอปทำหรือไม่
- เลือก "ขณะใช้แอป" แทน "ตลอดเวลา" สำหรับตำแหน่ง
- ใช้ตำแหน่งโดยประมาณและเลือกรูปเฉพาะบางรูปเมื่อทำได้
- ตรวจตัวจัดการสิทธิ์ หรือการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ทุกสองสามเดือน
- บน Android ตรวจสิทธิ์พิเศษ ได้แก่ การช่วยเหลือพิเศษ ผู้ดูแลอุปกรณ์ การแสดงทับแอปอื่น การติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก และการเข้าถึงการแจ้งเตือน
- อย่าเปิดการช่วยเหลือพิเศษหรือติดตั้งแอปเพราะมีคนโทรมาหรือส่งข้อความมาบอก
- ลบแอปที่ไม่ได้ใช้แล้ว
FAQ
ปฏิเสธสิทธิ์แอปแล้วจะมีปัญหาไหม?
ไม่มีปัญหา ถ้าแอปต้องใช้สิทธิ์นั้นสำหรับฟีเจอร์ไหน ก็จะถามอีกครั้งตอนที่คุณใช้ฟีเจอร์นั้น แอปส่วนใหญ่ยังทำงานได้ปกติแม้ได้สิทธิ์น้อยกว่าที่ขอ
สิทธิ์แอปบน Android เสี่ยงกว่า iPhone ไหม?
Android มีตัวเลือกที่ทรงพลังบางอย่างที่แอปบน iPhone ไม่มี เช่น การอ่าน SMS บริการช่วยเหลือพิเศษ และการติดตั้งแอปจากนอกสโตร์ มิจฉาชีพเล็งสิทธิ์เหล่านี้ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
สิทธิ์แอปที่อันตรายที่สุดคืออะไร?
บน Android สิทธิ์การช่วยเหลือพิเศษเป็นหนึ่งในสิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุด เพราะทำให้แอปอ่านหน้าจอและกดแทนคุณได้ ตามมาติด ๆ คือผู้ดูแลอุปกรณ์ การเข้าถึงการแจ้งเตือน และการเข้าถึง SMS
ควรตรวจสิทธิ์อีกครั้งหลังแอปอัปเดตไหม?
เป็นนิสัยที่ดี เพราะแอปอาจขอสิทธิ์ใหม่หลังอัปเดต และคุณตรวจสิทธิ์ได้ทุกเมื่อในการตั้งค่า
การตรวจสิทธิ์แอปใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ช่วยปกป้องรหัส OTP รายชื่อ และตำแหน่งของคุณ ถ้า QR Code พาไปดาวน์โหลดแอป คุณดูลิงก์เต็มก่อนเปิดได้ด้วย เครื่องสแกน QR Code ออนไลน์ ฟรีของ QR-TH


