ตัวอย่างมิจฉาชีพ QR Code: กลโกงที่เจอจริงและสัญญาณเตือน

อัปเดตเมื่อ 27 กันยายน 2026

ตัวอย่างกลโกง QR Code ที่พบบ่อย ได้แก่ สติกเกอร์ปลอมบนตู้จ่ายค่าจอดรถ ใบแจ้งพัสดุตกค้างปลอม อีเมลที่ขอให้สแกนเพื่อ "ยืนยันบัญชี" และใบปลิวที่อ้างว่าแจกรางวัลหรือส่วนลด ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกัน คือพาคุณไปหน้าเว็บปลอมเพื่อขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลบัตร หรือเงิน ดังนั้นต้องเช็กลิงก์ก่อนเปิดเสมอ

QR Code สะดวกเพราะไม่ต้องพิมพ์อะไร และมิจฉาชีพก็ชอบมันด้วยเหตุผลเดียวกัน เราอ่าน QR Code ด้วยตาไม่ได้ จึงซ่อนลิงก์อันตรายไว้ข้างในได้ง่าย ด้านล่างคือสถานการณ์ที่คนเจอบ่อยที่สุด อะไรทำให้แต่ละแบบดูน่าเชื่อ และสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต

กลโกงการชำระเงินในที่สาธารณะ

สติกเกอร์ปลอมบนตู้จ่ายค่าจอดรถและจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

วิธีการ: มิจฉาชีพพิมพ์ QR Code แล้วแปะทับหรือแปะข้างโค้ดจริงบนตู้จ่ายค่าจอดรถ ป้ายลานจอด หรือตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โค้ดปลอมพาไปหน้าชำระเงินที่ดูเป็นทางการ คุณกรอกข้อมูลบัตรเพื่อจ่ายค่าจอด แล้วคนร้ายก็เก็บข้อมูลไป

สัญญาณเตือน:

  • สติกเกอร์ดูใหม่กว่า หนากว่า ติดเบี้ยว หรือต่างจากส่วนอื่นของป้ายเล็กน้อย
  • ที่อยู่เว็บไม่ตรงกับผู้ให้บริการที่จอดรถหรือหน่วยงานท้องถิ่นตัวจริง
  • หน้าเว็บขอข้อมูลมากกว่าการจ่ายเงิน เช่น รหัส PIN บัตร หรือเลขบัตรประชาชน
  • มี "ค่าธรรมเนียมดำเนินการ" หรือข้อเสนอสมัครสมาชิกที่ไม่คาดคิด

นิสัยที่ปลอดภัยกว่า: ใช้แอปจอดรถอย่างเป็นทางการ หรือพิมพ์ที่อยู่เว็บที่เขียนบนป้ายด้วยตัวเอง แทนการสแกนโค้ดที่ไม่รู้ที่มา

QR รับเงินปลอมในร้านค้าและตลาด

วิธีการ: คนร้ายนำ QR รับเงินของตัวเองไปแปะทับโค้ดจริงของร้านที่เคาน์เตอร์หรือแผงในตลาด ลูกค้าโอนเงิน แต่เงินเข้าบัญชีผิดคน สำหรับแอปที่แสดงชื่อผู้รับ เช่น การโอนผ่านพร้อมเพย์ (PromptPay) การเช็กชื่อผู้รับก่อนกดยืนยันคือการป้องกันที่สำคัญที่สุด อ่านเพิ่มเติมใน จ่ายเงินด้วย QR Code อย่างปลอดภัย

สัญญาณเตือน:

  • ชื่อผู้รับในแอปธนาคารไม่ตรงกับชื่อร้าน
  • สติกเกอร์ QR ดูเหมือนแปะทับอีกอันไว้
  • พนักงานดูไม่รู้จักโค้ดที่คุณกำลังสแกน

นิสัยที่ปลอดภัยกว่า: เช็กชื่อผู้รับและยอดเงินในแอปธนาคารทุกครั้งก่อนกดยืนยัน

กลโกงที่มาทางจดหมายและอีเมล

ใบแจ้งพัสดุตกค้าง

วิธีการ: มีใบแจ้งในตู้จดหมาย หรือข้อความแจ้งว่าพัสดุนำส่งไม่สำเร็จ พร้อม QR Code ที่พาไปหน้าขอ "ค่าจัดส่งใหม่" เล็กน้อย หรือให้ "ยืนยันที่อยู่" แต่เป้าหมายจริงคือข้อมูลบัตรหรือข้อมูลส่วนตัวของคุณ

สัญญาณเตือน:

  • คุณไม่ได้รอพัสดุ หรือใบแจ้งไม่ระบุชื่อผู้ส่ง
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยแบบเร่งด่วน
  • ชื่อบริษัทขนส่งสะกดผิดเล็กน้อย หรือโลโก้ดูแปลก
  • ลิงก์ใช้โดเมนแปลก ๆ ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของบริษัทขนส่ง

นิสัยที่ปลอดภัยกว่า: ติดตามพัสดุด้วยเลขพัสดุจากร้านที่คุณสั่งซื้อ หรือผ่านแอปทางการของบริษัทขนส่ง

อีเมลฟิชชิ่งที่มี QR Code

วิธีการ: อีเมลอ้างว่ามาจากธนาคาร ฝ่ายไอที หรือบริการที่มีชื่อเสียง แจ้งว่ารหัสผ่านใกล้หมดอายุ มีเอกสารรออยู่ หรือบัญชีจะถูกล็อก แล้วขอให้สแกน QR Code การสแกนจะย้ายคุณจากคอมพิวเตอร์ที่ทำงานซึ่งมีระบบกรองความปลอดภัย ไปยังมือถือส่วนตัวที่สังเกตหน้าล็อกอินปลอมได้ยากกว่า อ่านรายละเอียดใน อีเมลฟิชชิ่งที่ใช้ QR Code

สัญญาณเตือน:

  • กดดันให้รีบทำ มักให้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
  • ใช้ QR Code ในที่ที่ลิงก์ธรรมดาน่าจะเหมาะกว่า
  • ที่อยู่อีเมลผู้ส่งไม่ตรงกับองค์กร
  • ต้องล็อกอินผ่าน QR Code แทนที่อยู่ที่คุณใช้เป็นประจำ

นิสัยที่ปลอดภัยกว่า: เปิดบริการนั้นเอง โดยพิมพ์ที่อยู่เว็บหรือใช้แอปทางการ แล้วตรวจบัญชีจากตรงนั้น

ใบปลิว โปสเตอร์ และโค้ดปลอมในพื้นที่ส่วนรวม

ใบปลิว โปสเตอร์ และข้อเสนอ "ของแถมฟรี"

วิธีการ: ใบปลิวที่เสียบรถ โปสเตอร์ในที่สาธารณะ หรือแผ่นพับในร้าน อ้างว่ามีส่วนลด ของแถม ชิงรางวัล หรือรับสมัครงาน QR Code พาไปหน้าที่เก็บข้อมูลส่วนตัว ขอให้ติดตั้งแอป หรือเก็บ "ค่าส่ง" เล็กน้อยสำหรับของรางวัล

สัญญาณเตือน:

  • ข้อเสนอดีเกินจริง
  • ขอเลขบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือรหัส OTP
  • ให้ดาวน์โหลดแอปจากนอกสโตร์ทางการ
  • ไม่มีชื่อบริษัท ที่อยู่ หรือช่องทางติดต่อที่ชัดเจน

นิสัยที่ปลอดภัยกว่า: ถ้าข้อเสนอเป็นของจริง มักหาเจอได้บนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียทางการของบริษัท

โค้ดในร้านอาหาร โรงแรม และป้าย Wi-Fi สาธารณะ

วิธีการ: พบไม่บ่อยแต่เกิดขึ้นได้ คือมีโค้ดเมนูปลอมหรือโค้ด "Wi-Fi ฟรี" แปะไว้บนโต๊ะหรือผนัง พาไปหน้าที่ขอให้ล็อกอินด้วยบัญชีโซเชียลหรืออีเมล หรือให้จ่ายเงินก่อนดูเมนู

สัญญาณเตือน: หน้าเมนูหรือ Wi-Fi ที่ขอรหัสผ่านของบริการอื่น หรือขอข้อมูลการชำระเงินทั้งที่คุณยังไม่ได้สั่งอะไรเลย

เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนสแกน QR Code ทุกครั้ง

ข้อตรวจสอบเหล่านี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ข้างต้น

  1. ดูที่ตัวโค้ด เป็นสติกเกอร์ที่แปะทับอะไรอยู่หรือเปล่า
  2. ถามตัวเองว่าโค้ดนี้สมเหตุสมผลไหม ทำไมตู้จอดรถหรืออีเมลถึงต้องให้คุณสแกน
  3. ดูตัวอย่างลิงก์ก่อนเปิด และอ่านชื่อโดเมนให้ละเอียด
  4. ระวังเป็นพิเศษกับลิงก์สั้นที่ซ่อนปลายทางจริง
  5. ห้ามกรอกรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลบัตรบนหน้าที่มาจากโค้ดที่ไม่คาดคิด
  6. ถ้าไม่แน่ใจ ให้เข้าเว็บไซต์หรือแอปทางการด้วยตัวเอง

บทความ 10 วิธีเช็กก่อนสแกน QR Code อธิบายแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด

FAQ

กลโกง QR Code แบบไหนพบบ่อยที่สุด?

เป้าหมายที่พบบ่อยที่สุดคือหน้าชำระเงินและหน้าล็อกอินปลอม ซึ่งมาได้หลายรูปแบบ ทั้งสติกเกอร์บนตู้จอดรถ ใบแจ้งพัสดุ และอีเมลฟิชชิ่ง แต่ทุกแบบพยายามเอาข้อมูลหรือเงินของคุณ

รู้ได้อย่างไรว่า QR Code ปลอม?

ดูว่าเป็นสติกเกอร์ที่แปะทับโค้ดอื่นหรือไม่ ดูตัวอย่างที่อยู่เว็บก่อนเปิด และยืนยันว่าโดเมนเป็นขององค์กรที่คุณคาดไว้จริง

ถ้ากรอกข้อมูลบนหน้าปลอมไปแล้วต้องทำอย่างไร?

ติดต่อธนาคารทันทีหากกรอกข้อมูลบัตรหรือบัญชีธนาคาร เปลี่ยนรหัสผ่านที่พิมพ์ไป และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน บทความ สแกน QR Code อันตรายไปแล้วต้องทำอย่างไร จะพาคุณทำทีละขั้น

แจ้งความเรื่องกลโกง QR Code ได้ไหม?

ได้ คุณแจ้งความกับตำรวจและแจ้งธนาคารได้ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเทศก็รับเรื่องร้องเรียนและออกคำเตือนทั่วไปเกี่ยวกับกลโกงที่กำลังระบาด

เช็กก่อนเชื่อ

กลโกง QR Code ส่วนใหญ่อาศัยการที่คนเปิดลิงก์โดยไม่ดู ก่อนเปิดโค้ดที่ไม่คุ้นเคย ลองสแกนด้วย เครื่องสแกน QR Code ออนไลน์ ของ QR-TH ซึ่งแสดงปลายทางก่อน คุณจะได้ตัดสินใจอย่างใจเย็นว่าปลอดภัยพอจะไปต่อหรือไม่

บทความอื่นที่น่าอ่าน