อีเมลฟิชชิ่งแบบ QR Code คืออีเมลที่ขอให้คุณสแกนโค้ด ส่วนใหญ่อ้างว่าต้อง "ยืนยันบัญชีใหม่" เซ็นเอกสาร หรือรีเซ็ตรหัสผ่าน มิจฉาชีพใช้ QR Code เพราะระบบกรองอีเมลอาจอ่านลิงก์ที่อยู่ในรูปภาพได้ยาก และเพราะการสแกนย้ายคุณไปอยู่บนมือถือ ซึ่งสังเกตหน้าล็อกอินปลอมได้ยากกว่า
ฟิชชิ่งมีมานานพอ ๆ กับอีเมล แต่แบบที่ใช้ QR Code หรือที่เรียกว่า Quishing เป็นลูกเล่นใหม่ แทนที่จะเป็นลิงก์สีฟ้าที่เอาเมาส์ไปชี้ดูได้ กลับเป็นรูปสี่เหลี่ยมหนึ่งรูป บทความนี้อธิบายว่าทำไมคนร้ายชอบวิธีนี้ อีเมลแบบนี้มักหน้าตาเป็นอย่างไร และทั้งพนักงานและบริษัทจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร
ทำไมคนร้ายใส่ QR Code ในอีเมล
ในมุมของอาชญากร QR Code แก้ปัญหาให้พวกเขาได้หลายข้อในคราวเดียว
- ซ่อนลิงก์ได้ คนอ่าน QR Code ไม่ออก จึงมองไม่เห็นที่อยู่เว็บที่น่าสงสัยได้ในทันที
- หลุดรอดตัวกรองได้ เครื่องมือความปลอดภัยอีเมลหลายตัวเช็กลิงก์ที่เป็นตัวอักษรกับรายชื่อเว็บอันตราย ลิงก์ในรูปภาพตรวจได้ยากกว่า แม้เครื่องมือรุ่นใหม่จะเริ่มสแกนรูปภาพด้วยแล้ว
- ย้ายคุณไปอีกอุปกรณ์ คุณอ่านอีเมลบนโน้ตบุ๊กที่ทำงานซึ่งมีระบบความปลอดภัยของบริษัท แต่สแกนด้วยมือถือส่วนตัวที่อาจมีการป้องกันน้อยกว่า
- จอเล็กซ่อนรายละเอียด บนมือถือ แถบที่อยู่สั้น และหน้าล็อกอินปลอมก็ดูคล้ายของจริงมาก
- ดูทันสมัยและเป็นทางการ ธนาคาร สายการบิน และนายจ้างใช้ QR Code กันทั่วไป โค้ดในอีเมลจึงไม่ได้ทำให้คนสงสัยโดยอัตโนมัติ
อีเมลฟิชชิ่งแบบ QR Code หน้าตาเป็นอย่างไร
อีเมลเหล่านี้มีหลายแบบ แต่มักมีรูปแบบคุ้นเคย หัวข้อที่พบบ่อยเช่น
- "รหัสผ่านของคุณหมดอายุวันนี้ สแกนเพื่อใช้รหัสผ่านเดิมต่อ"
- "ต้องเปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนใหม่ โปรดสแกนด้วยมือถือ"
- "มีเอกสารที่แชร์ให้คุณรออยู่ สแกนเพื่อดู"
- "ข้อมูลเงินเดือนหรือโบนัสของคุณได้รับการอัปเดตแล้ว"
- "พัสดุหรือใบแจ้งหนี้ต้องการการยืนยันจากคุณ"
สัญญาณเตือนที่พบบ่อย
- ความเร่งด่วน: กำหนดเวลาสั้น ๆ หรือขู่ว่าบัญชีจะถูกล็อก
- ผู้ส่งแปลก ๆ: ชื่อที่แสดงเป็น "IT Support" หรือแบรนด์ดัง แต่ที่อยู่อีเมลไม่ตรงกัน
- ข้อความน้อย โค้ดใหญ่: อีเมลส่วนใหญ่เป็นรูปภาพที่มี QR Code กับคำสั่งสั้น ๆ
- คำทักทายทั่วไป แทนที่จะเป็นชื่อคุณ
- เจอหน้าล็อกอินหลังสแกน: โค้ดพาไปหน้าที่ขออีเมลและรหัสผ่านที่ทำงาน หรือรหัส OTP
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด ฝ่ายไอทีตัวจริงแทบไม่เคยให้คุณล็อกอินผ่าน QR Code ที่ส่งมาทางอีเมล
ถ้าได้รับอีเมลแบบนี้ต้องทำอย่างไร
หากคุณเป็นพนักงานและได้รับอีเมลที่มี QR Code น่าสงสัย
- อย่าสแกน ด้วยมือถือ
- อย่าส่งต่อ ให้เพื่อนร่วมงานเพื่อถามว่าจริงไหม เพราะอาจมีคนเผลอสแกน
- รายงาน ด้วยปุ่มรายงานฟิชชิ่งของบริษัท หรือติดต่อฝ่ายไอทีผ่านช่องทางที่รู้จัก
- ตรวจบัญชีด้วยตัวเอง ถ้าอีเมลพูดถึงรหัสผ่านหรือเอกสาร ให้เข้าบริการนั้นโดยตรงผ่านที่อยู่หรือแอปที่ใช้ประจำ
- ลบทิ้ง หลังรายงานแล้ว ถ้าขั้นตอนของบริษัทกำหนดไว้แบบนั้น
ถ้าคุณสแกนไปแล้วและกรอกข้อมูลไป ให้รีบจัดการ เปลี่ยนรหัสผ่าน แจ้งฝ่ายไอทีทันที และทำตามขั้นตอนในบทความ สแกน QR Code อันตรายไปแล้วต้องทำอย่างไร
นอกเวลางานก็ใช้นิสัยเดียวกันได้ ถ้าอยากรู้ว่าโค้ดพาไปไหนโดยไม่ต้องเปิด เครื่องสแกนที่แสดงปลายทางก่อน เช่น เครื่องสแกน QR Code ออนไลน์ ของ QR-TH ช่วยให้คุณดูก่อนคลิก
บริษัทปกป้องพนักงานอย่างไร
ไม่มีเครื่องมือไหนหยุดฟิชชิ่ง QR ได้ทุกครั้ง การป้องกันที่ดีต้องผสานเทคโนโลยี กระบวนการ และคนเข้าด้วยกัน
เครื่องมืออีเมลและความปลอดภัย
- ใช้ระบบความปลอดภัยอีเมลที่ตรวจจับ QR Code ในรูปภาพและไฟล์แนบ แล้วเช็กลิงก์ข้างใน
- เปิดการตรวจลิงก์และการป้องกันเว็บอันตรายไว้บนอุปกรณ์ของบริษัท และบนมือถือที่บริษัทดูแลตามความเหมาะสม
- ติดป้ายอีเมลจากภายนอกองค์กรให้ชัด โดยเฉพาะอีเมลที่ใช้ชื่อเหมือนหน่วยงานภายใน
การป้องกันการล็อกอินที่แข็งแรง
- บังคับใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนกับบัญชีพนักงานทุกคน
- เลือกวิธีที่ต้านฟิชชิ่งได้ เช่น passkey หรือกุญแจความปลอดภัย เมื่อทำได้ เพราะรหัส OTP ยังถูกหลอกเอาไปได้บนหน้าปลอม
- แนะนำให้ใช้แอปยืนยันตัวตนแทน SMS บทความ การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน อธิบายทางเลือกต่าง ๆ
- เฝ้าระวังการล็อกอินผิดปกติ เช่น ล็อกอินจากประเทศหรืออุปกรณ์ใหม่
กระบวนการที่ชัดเจน
- ประกาศเป็นกฎที่ทุกคนรู้ว่าฝ่ายไอทีจะไม่ขอให้พนักงานล็อกอินผ่าน QR Code ในอีเมล
- มีช่องทางรายงานข้อความน่าสงสัยที่ง่ายเพียงช่องทางเดียว และขอบคุณคนที่ใช้
- มีแผนรีเซ็ตรหัสผ่านและยกเลิกเซสชันอย่างรวดเร็วเมื่อมีคนแจ้งว่าพลาด
การอบรมที่จำได้จริง
- ใช้ตัวอย่างอีเมลฟิชชิ่ง QR ที่ดูสมจริงในการอบรม
- สอนคำถามง่าย ๆ ว่า "ทำไมเรื่องนี้ต้องใช้ QR Code?"
- จัดการทดสอบฟิชชิ่งจำลองที่มี QR Code แล้วให้คำแนะนำอย่างเป็นมิตร ไม่ใช่ตำหนิ
พนักงานที่รู้สึกปลอดภัยที่จะยอมรับความผิดพลาดจะรายงานเร็วขึ้น ซึ่งช่วยจำกัดความเสียหาย
QR Code ในอีเมลที่เป็นของจริง
ไม่ใช่ทุก QR Code ในอีเมลจะเป็นอันตราย ตั๋วเข้างาน บอร์ดดิ้งพาส และการจับคู่อุปกรณ์เพื่อล็อกอินบางแบบก็ใช้ QR Code จริง ความต่างมักอยู่ที่บริบท คือคุณคาดว่าจะได้รับอีเมลนั้น มันเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำไว้ และโค้ดเป็นสิ่งที่คุณนำไปแสดงหรือใช้ในแอปที่รู้จัก ไม่ใช่เหตุผลให้กรอกรหัสผ่านบนหน้าที่ไม่รู้จัก
ธุรกิจที่ส่ง QR Code จริงช่วยได้ด้วยการอธิบายว่าโค้ดใช้ทำอะไร ใส่ลิงก์ที่จดจำได้ไว้ใกล้ ๆ เป็นทางเลือก และใช้โดเมนที่น่าเชื่อถือ
FAQ
ทำไมอีเมลฟิชชิ่งใช้ QR Code แทนลิงก์?
เพราะลิงก์ถูกซ่อนทั้งจากคนและจากตัวกรองบางตัว และเพราะการสแกนย้ายเหยื่อไปบนมือถือ ซึ่งการควบคุมความปลอดภัยและสิ่งที่ช่วยให้สังเกตได้มักน้อยกว่า
ผู้ให้บริการอีเมลบล็อกฟิชชิ่ง QR Code ได้ไหม?
บริการความปลอดภัยอีเมลหลายเจ้าสแกนหา QR Code ในรูปภาพและเช็กลิงก์แล้ว แต่ไม่มีใครจับได้ทั้งหมด ความระมัดระวังของคุณเองจึงยังเป็นด่านสำคัญ
สแกน QR Code ในอีเมลจากธนาคารปลอดภัยไหม?
ควรระวัง ธนาคารแทบไม่เคยให้คุณล็อกอินผ่าน QR Code ในอีเมล ให้เปิดแอปทางการของธนาคาร หรือพิมพ์ที่อยู่เว็บเองแทน
ถ้ากรอกรหัสผ่านที่ทำงานไปหลังสแกนต้องทำอย่างไร?
เปลี่ยนรหัสผ่านทันที แจ้งฝ่ายไอทีหรือทีมความปลอดภัย และให้พวกเขาตรวจหาการล็อกอินที่น่าสงสัย ความเร็วช่วยได้มากจริง ๆ
ดูก่อนเปิด
ฟิชชิ่ง QR ได้ผลเมื่อคนสแกนโดยไม่คิด ทำให้การเช็กเป็นนิสัย เมื่อได้รับโค้ดที่ไม่คาดคิด ใช้ สแกน QR Code ออนไลน์ ของ QR-TH เพื่อดูว่ามันพาไปไหนก่อนเปิดอะไรก็ตาม